top of page

ติดรางน้ำฝนอย่างไร ถ้าบ้านบางฝั่งเดินท่อน้ำลงถึงพื้นไม่ได้

  • รูปภาพนักเขียน: Jira Chimmakaew
    Jira Chimmakaew
  • 11 ส.ค.
  • ยาว 2 นาที

การติดรางน้ำฝนวิธีหลักที่ใช้กำหนดจุดลงท่อน้ำฝน คือ เดินท่อน้ำฝนจากรางน้ำลงสู่พื้นชั้นล่าง แล้วต่อเข้าท่อ PVC ฝังดินเพื่อพาน้ำไปยังบ่อพักน้ำ


ติดรางน้ำฝน

วิธีนี้ควบคุมเส้นทางน้ำได้ชัดเจนที่สุด เพราะน้ำจะไหลจากหลังคาเข้าสู่รางน้ำฝน ผ่านท่อน้ำฝนลงสู่ท่อฝังดิน และไปจบที่บ่อพักน้ำอย่างเป็นระบบ


ติดรางน้ำฝน

แต่หากบางฝั่งของบ้านไม่สามารถเดินท่อน้ำลงถึงพื้นได้จริง การระบายน้ำลง Floor Drain ที่ระเบียง  จะค่อยพิจารณา เป็นทางเลือกถัดไป


โดยต้องตรวจแปลนสุขาภิบาลก่อนว่า Floor Drain จุดนั้นต่อกับท่อขนาดกี่นิ้ว และไปรวมกับท่อหลักขนาดเท่าไร เพื่อให้มั่นใจว่ารับน้ำฝนจากหลังคาได้เพียงพอ

หลักการทั่วไปของระบบรางน้ำฝน และท่อน้ำลง คือ ควรพาน้ำออกจากตัวบ้าน และฐานรากอย่างเหมาะสม ไม่ปล่อยให้น้ำไปขังใกล้ผนังหรือพื้นรอบบ้านซ้ำ ๆ เพราะในระยะยาวจะสร้างความเสียหายให้พื้นที่โดยรอบได้



บ้าน 3 ชั้นก่อนติดรางน้ำฝน ต้องคิดเรื่อง “เส้นทางน้ำ” ให้ครบ


บ้านหลังนี้เป็นบ้านเดี่ยวสูง 3 ชั้น ดีไซน์โมเดิร์น ผนังภายนอกสีขาว มีช่องเปิดกระจกหลายจุด และมีแนวระเบียงบางตำแหน่ง ตัวบ้านมีชายคาสูง และแนวหลังคาที่ยาว จึงต้องออกแบบระบบรางน้ำฝนให้รอบคอบกว่าบ้านชั้นเดียวหรือบ้าน 2 ชั้นทั่วไป


ติดรางน้ำฝน

ฝั่งหน้าบ้านและฝั่งขวาของตัวบ้านมีข้อจำกัดเรื่องตำแหน่งผนัง กระจก ระเบียง และความสวยงามของ façade เมื่อติดรางน้ำฝนแล้วหากต้องเดินท่อลงตรง ๆ อาจทำให้บ้านดูมีท่อแนวดิ่งตัดผนังชัดเกินไป หรือไม่สามารถเดินท่อต่อเนื่องลงถึงพื้นได้จริง


ฝั่งที่สามารถเดินท่อน้ำลงถึงพื้นได้เหมาะสมกว่า คือ

  • ฝั่งหลังบ้าน

  • ด้านข้างของบ้าน

  • แนวระเบียง หรือแนวขอบอาคารบางจุดที่ไม่รบกวนการใช้งาน


ดังนั้น งานนี้จึงไม่ใช่แค่ “ติดรางน้ำให้ครบชายคา” แต่ต้องออกแบบว่าน้ำจากรางแต่ละแนวจะถูกพาไปจบที่ไหน



หลักคิดที่ถูกต้อง: เดินท่อลงพื้นเข้าบ่อพักก่อนเสมอ


ในงานติดรางน้ำฝน วิธีที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือ การเดินท่อน้ำลงจากรางน้ำฝนลงสู่พื้นชั้นล่าง แล้วต่อเข้าท่อ PVC ฝังดินเพื่อพาน้ำไปยังบ่อพักน้ำ


ติดรางน้ำฝน

เหตุผลคือวิธีนี้มีเส้นทางน้ำที่ชัดเจน และควบคุมการระบายน้ำได้เรียบร้อยตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เมื่อน้ำฝนไหลจากหลังคาลงราง น้ำจะถูกส่งต่อผ่านท่อน้ำลง จากนั้นเข้าสู่ท่อ PVC ฝังดิน และไปยังบ่อพักน้ำโดยตรง



ทำไม Floor Drain ควรเป็นทางเลือกรอง ไม่ใช่วิธีหลัก


บางตำแหน่งของบ้านสูงอาจมี Floor Drain อยู่บนระเบียง ทำให้ดูเหมือนสามารถนำน้ำจากรางน้ำฝนลงจุดนั้นได้ทันที แต่ในมุมของงานระบบ ไม่ควรตัดสินใจจากการเห็นว่ามีรูระบายน้ำอยู่ใกล้ ๆ เท่านั้น


ติดรางน้ำฝน บ้าน 3 ชั้น

Floor Drain บนระเบียงมักถูกออกแบบมาเพื่อรับน้ำบนพื้นระเบียง เช่น น้ำฝนที่ตกลงพื้นระเบียงโดยตรง หรือน้ำจากการล้างพื้น ไม่ได้แปลว่าจะรับน้ำปริมาณมากจากหลังคาชั้นบนได้เสมอไป


ดังนั้น การปล่อยน้ำจากรางลง Floor Drain ควรใช้เฉพาะกรณีที่ ไม่สามารถเดินท่อน้ำลงถึงพื้นได้จริง  และต้องตรวจสอบก่อนว่า


  • Floor Drain ต่อกับท่อขนาดกี่นิ้ว

  • ท่อจาก Floor Drain ไปรวมกับท่อหลักขนาดเท่าไร

  • ท่อชุดนั้นรับน้ำจากจุดอื่นอยู่แล้วหรือไม่

  • มีความลาดเอียงเพียงพอหรือไม่

  • ปลายทางไปลงบ่อพักใด

  • มีโอกาสน้ำย้อนขึ้นมาที่ระเบียงหรือไม่

ติดรางน้ำฝน บ้าน 3 ชั้น

การออกแบบระบบระบายน้ำฝนควรพิจารณาพื้นที่หลังคาที่รับน้ำ ปริมาณฝน และขนาดท่อร่วมกัน ไม่ใช่ดูเฉพาะตำแหน่งท่อที่มีอยู่



วิธีหลักสำหรับบ้านหลังนี้: พาน้ำลงพื้น แล้วต่อท่อ PVC ฝังดิน


ออกแบบการติดรางน้ำฝน บ้าน 3 ชั้น


จากข้อจำกัดของบ้านหลังนี้ ฝั่งที่สามารถเดินท่อน้ำลงถึงพื้นได้ เช่น ฝั่งหลังบ้านและด้านซ้ายของบ้าน ควรใช้เป็นแนวระบายน้ำหลัก แนวทางที่เหมาะสมคือ

  1. รับน้ำจากหลังคาด้วยรางน้ำฝน

  2. เดินท่อน้ำลงตามแนวผนังหรือแนวขอบอาคารที่เหมาะสม

  3. พาน้ำลงถึงพื้นชั้นล่าง

  4. ต่อท่อน้ำลงเข้าท่อ PVC ฝังดิน

  5. ส่งน้ำต่อไปยังบ่อพักน้ำ



ติดรางน้ำฝน บ้าน 3 ชั้น

ข้อดีของวิธีนี้คือชัดเจน ดูแลง่าย และลดความเสี่ยงที่น้ำจะไปสะสมบนพื้นระเบียง หรือพื้นที่ใช้งานของบ้าน

หากต้องเดินท่อผ่านระเบียง เราจะเลือกตำแหน่งที่เจ้าของบ้านไม่ได้ออกมาใช้งานเป็นประจำ เช่น ระเบียงบริการ หรือระเบียงที่มีไว้เพื่อเซอร์วิสงานระบบมากกว่าการพักผ่อน เพื่อไม่ให้ท่อรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน



ทางเลือกรอง: ปล่อยน้ำลง Floor Drain เมื่อเดินท่อลงพื้นไม่ได้จริง


สำหรับฝั่งหน้าบ้าน และฝั่งที่ไม่สามารถเดินท่อน้ำฝนลงถึงพื้นชั้นล่างได้โดยตรง อาจต้องใช้ Floor Drain เป็นทางเลือกรอง แต่ต้องย้ำว่า วิธีนี้ควรเกิดขึ้นหลังจากตรวจสอบแล้วว่าไม่สามารถเดินท่อลงพื้นได้จริง และต้องตรวจแปลนสุขาภิบาลก่อนทุกครั้ง



ติดรางน้ำฝน บ้าน 3 ชั้น


หาก Floor Drain และท่อระบบเดิมมีขนาดเพียงพอ วิธีนี้สามารถช่วยแก้ข้อจำกัดของบ้านได้ โดยเฉพาะตำแหน่งที่ไม่ต้องการให้เห็นท่อน้ำลงตัดกลางผนังหน้าบ้าน หรือจุดที่การเดินท่อแนวดิ่งทำให้บ้านเสียความเรียบร้อย


อย่างไรก็ตาม หากพบว่า Floor Drain ต่อกับท่อขนาดเล็ก หรือท่อรวมรับน้ำจากหลายจุดอยู่แล้ว ควรหลีกเลี่ยงการนำน้ำฝนจากหลังคาลงจุดนั้น เพราะอาจทำให้น้ำระบายไม่ทันในช่วงฝนตกหนัก


สรุปง่าย ๆ คือ Floor Drain ใช้ได้ แต่ต้องพิสูจน์ก่อนว่าระบบท่อรองรับได้จริง



ติดรางน้ำฝนแล้วท่อน้ำก็ลงควรวางให้ไม่รบกวนดีไซน์บ้าน


บ้านหลังนี้มีผนังสีขาวเรียบ ช่องเปิดกระจก และระเบียงหลายตำแหน่ง หากเดินท่อน้ำลงผิดจุด ท่อจะเด่นมากทันที


ติดรางน้ำฝน บ้าน 3 ชั้น

จากภาพจะเห็นว่าบางจุดมีการวางท่อลงตามแนวผนังหรือแนวขอบอาคาร ซึ่งเป็นแนวทางที่เหมาะกว่าเดินท่อตัดกลางผนัง เพราะช่วยให้ท่อดูเป็นส่วนหนึ่งของงานอาคารมากขึ้น


หลักในการเลือกแนวท่อน้ำลงสำหรับบ้านลักษณะนี้ คือ

  • เลือกแนวมุมอาคารมากกว่ากลางผนัง

  • เลี่ยงตำแหน่งที่ตัดผ่านหน้าต่างหรือช่องกระจก

  • เลี่ยงฝั่งหน้าบ้านที่เป็นมุมมองหลัก

  • ใช้แนวระเบียงหรือแนวขอบอาคารที่ไม่กระทบการใช้งาน

  • วางแนวท่อให้สามารถซ่อมบำรุงได้ในอนาคต

  • เมื่อลงถึงพื้นแล้ว ต้องต่อเข้าระบบท่อฝังดินหรือบ่อพัก


ท่อที่ดีจึงไม่ใช่แค่ท่อที่พาน้ำลงได้ แต่ต้องไม่ทำให้บ้านดูรก และต้องพาน้ำไปยังปลายทางที่เหมาะสมด้วย



ติดรางน้ำฝนก็ต้องดูเรียบร้อยเข้ากับบ้าน


นอกจากการวางท่อน้ำลง ระบบรางน้ำเองก็ควรเลือกให้เหมาะกับบ้าน


รางน้ำฝนอะลูมิเนียมไร้รอยต่อ RANE สามารถรีดเป็นเส้นเดียวตามความยาวที่ต้องการ ช่วยลดรอยต่อบนแนวรางหลัก และลดจุดเสี่ยงรั่วซึมตามรอยต่อในอนาคต


ติดรางน้ำฝน บ้าน 3 ชั้น

สำหรับบ้านสูงที่มีชายคายาว และผนังภายนอกเรียบ รางน้ำฝนแบบไร้รอยต่อจะช่วยให้แนวชายคาดูต่อเนื่อง ไม่สะดุดด้วยรอยต่อหลายจุด


ติดรางน้ำฝน บ้าน 3 ชั้น

อีกจุดที่เหมาะกับบ้านดีไซน์โมเดิร์นคือ RANE มีดีไซน์รางที่คล้ายบัวตกแต่ง ทำให้รางน้ำดูกลมกลืนกับงานสถาปัตยกรรมของบ้าน ไม่เหมือนอุปกรณ์ที่ติดเพิ่มภายหลัง



สิ่งที่ไม่ควรทำในบ้านลักษณะนี้


ติดรางน้ำฝน บ้าน 3 ชั้น

1. ไม่ควรปล่อยน้ำจากรางลงพื้นโดยไม่มีท่อรับ

บ้านสูง 3 ชั้นมีระยะตกของน้ำมาก หากไม่มีท่อน้ำลงหรือจุดรับน้ำ น้ำอาจกระเด็นแรงและทำให้ผนังเปียกซ้ำ


2. ไม่ควรใช้ Floor Drain โดยไม่ตรวจแปลน

การเห็น Floor Drain บนระเบียงไม่ได้แปลว่าระบบรับน้ำฝนจากหลังคาได้ ต้องตรวจขนาดท่อและท่อรวมก่อนเสมอ


3. ไม่ควรเดินท่อลงกลางผนังโชว์

โดยเฉพาะฝั่งหน้าบ้านที่ต้องการความเรียบร้อย ท่อน้ำลงควรอยู่ในแนวมุม แนวขอบ หรือจุดที่ไม่รบกวนภาพรวม


4. ไม่ควรจบระบบแค่พื้นชั้นล่าง

เมื่อน้ำลงถึงพื้นแล้ว ควรต่อเข้าท่อ PVC ฝังดินและพาน้ำไปบ่อพัก ไม่ควรปล่อยน้ำให้ขังใกล้ผนังหรือฐานราก


5. ไม่ควรออกแบบจากตัวรางอย่างเดียว

ต้องคิดทั้งระบบ ตั้งแต่หลังคา รางน้ำ ท่อน้ำลง ท่อฝังดิน Floor Drain และบ่อพักปลายทาง



Checklist ก่อนติดตั้งรางน้ำฝนบ้าน 3 ชั้น

ก่อนสรุปแบบติดตั้ง ควรตรวจรายการเหล่านี้

  • หลังคาแต่ละด้านรับน้ำปริมาณมากน้อยแค่ไหน

  • แนวรางน้ำฝนควรวางตรงไหน

  • ฝั่งไหนสามารถเดินท่อน้ำลงถึงพื้นได้

  • ฝั่งไหนเดินท่อน้ำลงถึงพื้นไม่ได้

  • มีแนวใดที่เดินท่อผ่านระเบียงที่ไม่ได้ใช้งานได้หรือไม่

  • ท่อน้ำลงเมื่อลงถึงพื้นแล้วจะต่อเข้าท่อ PVC ฝังดินตรงไหน

  • ท่อฝังดินจะพาน้ำไปบ่อพักใด

  • หากต้องใช้ Floor Drain ต้องตรวจแปลนสุขาภิบาลแล้วหรือยัง

  • Floor Drain ต่อกับท่อขนาดกี่นิ้ว

  • ท่อจาก Floor Drain ไปรวมกับท่อหลักขนาดเท่าไร

  • ระบบมีจุดเปิดตรวจหรือจุดซ่อมบำรุงหรือไม่

  • แนวท่อกระทบความสวยงามของบ้านหรือไม่



คำถามที่พบบ่อย


บ้าน 3 ชั้นที่เดินท่อน้ำลงบางฝั่งไม่ได้ ควรแก้อย่างไร

ควรใช้วิธีเดินท่อน้ำลงพื้น และต่อเข้าท่อ PVC ฝังดินไปบ่อพักเป็นวิธีหลักก่อน ส่วนฝั่งที่เดินท่อลงพื้นไม่ได้จริง จึงค่อยพิจารณาใช้ Floor Drain โดยต้องตรวจแปลนสุขาภิบาลและขนาดท่อก่อน


ทำไมการเดินท่อลงพื้นถึงเป็นวิธีหลักที่ควรทำ

เพราะควบคุมเส้นทางน้ำได้ชัดเจนกว่า น้ำไหลจากรางลงท่อน้ำ ลงท่อฝังดิน และไปยังบ่อพักโดยตรง ลดความเสี่ยงที่น้ำจะขังบนระเบียงหรือใกล้ตัวบ้าน


ใช้ Floor Drain รับน้ำจากรางน้ำฝนได้หรือไม่

ใช้ได้ในบางกรณี แต่ควรเป็นทางเลือกรอง และต้องตรวจว่าท่อ Floor Drain กับท่อรวมมีขนาดเพียงพอสำหรับน้ำฝนจากหลังคาหรือไม่


ถ้า Floor Drain รับน้ำไม่พอ ควรทำอย่างไร

ควรออกแบบแนวท่อน้ำฝนแยกใหม่ โดยพาน้ำลงตามแนวขอบอาคารหรือฝั่งที่สามารถเดินท่อลงพื้นได้ แล้วต่อเข้าท่อ PVC ฝังดินไปยังบ่อพักน้ำ


ทำไมต้องต่อท่อน้ำลงเข้าท่อ PVC ฝังดิน

เพราะช่วยพาน้ำออกจากตัวบ้านอย่างเป็นระบบ ไม่ปล่อยให้น้ำตกลงพื้นใกล้ผนัง และทำให้พื้นที่รอบบ้านดูเรียบร้อยกว่า



สรุป


บ้านเดี่ยว 3 ชั้นหลังนี้มีข้อจำกัดสำคัญคือ ฝั่งหน้าบ้านและฝั่งขวาของตัวบ้านไม่สามารถเดินท่อน้ำฝนจากรางลงถึงพื้นได้โดยตรง ขณะที่ฝั่งหลังบ้านและด้านซ้ายของบ้านยังสามารถเดินท่อลงชั้นล่างได้


ติดรางน้ำฝน บ้าน 3 ชั้น

หลักคิดที่เหมาะสมคือ ใช้การเดินท่อน้ำฝนลงพื้นและต่อเข้าท่อ PVC ฝังดินไปยังบ่อพักน้ำเป็นวิธีหลัก เพราะเป็นระบบที่ควบคุมเส้นทางน้ำได้ดีที่สุด


ส่วนการระบายน้ำลง Floor Drain ควรใช้เป็นทางเลือกถัดไป เฉพาะจุดที่ไม่สามารถเดินท่อลงพื้นได้จริง และต้องตรวจแปลนสุขาภิบาลก่อนเสมอ เพื่อดูว่าขนาดท่อ Floor Drain และท่อรวมรองรับน้ำฝนจากหลังคาได้เพียงพอหรือไม่


ติดรางน้ำฝน บ้าน 3 ชั้น

งานติดตั้งรางน้ำฝนสำหรับบ้านสูงจึงต้องคิดครบทั้ง 3 เรื่อง คือ รับน้ำจากหลังคาให้ได้ พาน้ำไปปลายทางให้ถูก และวางแนวท่อให้ไม่รบกวนดีไซน์บ้าน


ติดรางน้ำฝน บ้าน 3 ชั้น

เมื่อออกแบบครบทั้งระบบ รางน้ำฝนจะช่วยให้บ้านจัดการน้ำฝนได้ดีขึ้น โดยไม่ทำให้บ้านดูรกหรือเสียความเรียบร้อยของงานออกแบบ

ความคิดเห็น


bottom of page